เจาะข่าวเด่น พระเกษม
เจาะข่าวเด่นเย็นนี้

ดูเจาะข่าวเด่นย้อนหลัง
เจาะข่าวเด่น 25 มกราคม 2555 พระเกษม ตอนที่1
เจาะข่าวเด่น 26 มกราคม 2555 พระเกษม ตอนที่2
เจาะข่าวเด่น พระเกษม
เจาะข่าวเด่นเย็นนี้

ดูเจาะข่าวเด่นย้อนหลัง
เจาะข่าวเด่น 25 มกราคม 2555 พระเกษม ตอนที่1
เจาะข่าวเด่น 26 มกราคม 2555 พระเกษม ตอนที่2
พระไรสาระ ยังไม่ปล่อยวาง ยังยึดติดกิเลสตันหาราคะ อิจฉา ริสยา
ดื้อดึงคงอยากเอาชนะ ไรสำรวม กริยา วาจา ยังมิดจมอยู่กะกิเลส ยังไม่เช้าใจสังคมที่เปลี่ยน สมัยพุทธกาล กะสมัยนี้ แตกต่างกัน ต้องปรับเข้ากะยุคสมัย สังคม อีกอย่างพระพุทธรูปอยู่คู่ศาสนามากี่พันปีละ คุณเป็นใครที่จะมาเปลี่ยนแปลงศาสนา ตังกฎกติกาเอง งั้นอยู่ด้วยตนเอง อย่ามาอยู่สังคม ทำให้ศาสนาเสื่อม วัด คือไรเป็นอย่างไรที่มาของวัด ต้องมีโบสถ มีพระประธาน ที่เป็นตัวเเทนพระพุทธเจ้าตั้งแต่ไหนแต่ไร มา คุณเป็นใครที่จะมาทำลายพระพุทธรูปทำไม ไม่นับถือบวชทำไมนี่
พระพุทธรูป หมายถึง รูปที่สร้างขึ้นแทนองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อกราบไหว้บูชา อาจใช้การแกะสลักจากวัสดุต่างๆ เช่น ศิลา งา ไม้ หรือวัสดึอื่นๆ นอกจากนี้ยังอาจใช้การปั้นหรือหล่อด้วยโลหะก็ได้ โดยทั่วไป คำว่า พระพุทธรูปมักจะหมายถึง รูปขนาดใหญ่พอที่จะวางบูชาได้ สำหรับรูปขนาดเล็กมักจะเรียกว่า พระเครื่อง อย่างไรก็ตาม ทั้งสองแบบสามารถเรียกว่า พระพุทธรูป ได้เช่นกันแต่เดิมนั้นพุทธศาสนาไม่มีรูปเคารพแต่อย่างใด ศาสนาพราหมณ์ หรือ ฮินดู ซึ่งมีมาก่อนศาสนาพุทธ ก็ไม่มีรูปเคารพเป็นเทวรูปเช่นกัน หลังจากพระพุทธเจ้าปรินิพพานไปแล้ว ผู้ที่เลื่อมใสในพุทธศาสนา อยากจะมีสิ่งที่จะทำให้รำลึกถึง หรือเป็นสัญญลักษณ์ขององค์ศาสดา เพื่อที่จะบอกกล่าวเล่าขาน เรื่องราวขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ทรงศึกษาค้นคว้าหาทางดับทุกข์ และทรงชี้แนะสอนสั่งผู้คน ถึงการปฏิบัติเพื่อให้บรรลุถึงความเป็นอยู่ ที่ก่อให้เกิดความผาสุขในหมู่มวลมนุษย์และสิ่งมีชีวิตในโลก
คราวแรกนั้นชาวพุทธก็ได้แต่นำเอาสิ่งของอันได้แก่ ดิน น้ำ และกิ่ง ก้าน ใบโพธิ์ จากบริเวณสังเวชนียสถาน 4 แห่ง คือ สถานที่ประสูติ (ลุมพินีวัน),ตรัสรู้ (พุทธคยา), ปฐมเทศนา (พาราณสี) และปรินิพพาน (กุสินารา) เก็บมาไว้เป็นที่ระลึกบูชาคุณพระพุทธเจ้า
ล่วงมาถึงในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช พุทธศาสนูปถัมภกที่ยิ่งใหญ่พระองค์หนึ่ง เมื่อ 2,200 ปีก่อน หรือหลังจากการดับขันธ์ของพระพุทธเจ้ามา 300 ปี พระเจ้าอโศกมหาราช ได้ทรงส่งสมณะทูต จำนวน 500 รูป ไปเผยแผ่พระพุทธศาสนายังเมืองตักกศิลา แคว้นคันธาราฐ จึงมีชื่อเสียงในฐานะเป็นเมืองที่ประสิทธิประสาทวิทยาการต่าง ๆ นับว่า “เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกทางพระพุทธศาสนา” แต่ก็ยังไม่มีรูปเคารพแทนพระพุทธเจ้าที่เป็นรูปคน
พระพุทธรูป หรือ รูปเคารพแทนพระพุทธเจ้า เริ่มมีการสร้างขึ้นมาตั้งแต่ระหว่าง พ.ศ. 500 ถึง 550 เมื่อชาวกรีก ที่ชาวชมพูทวีป (อินเดียโบราณ) เรียกชาวต่างแดนว่า “โยนา” หรือ “โยนก” โดยพระเจ้าเมนันเดอร์ที่ 1 หรือ พระเจ้ามิลินท์ กษัตริย์เชื้อสายกรีก ยกทัพกรีกเข้ามาครอบครองแคว้นคันธาราฐ (ปัจจุบันเป็นดินแดนของอัฟกานิสถาน) จากนั้นพระองค์ก็แผ่อาณาเขตไปทั่วบริเวณด้านตะวันตกเฉียงเหนือของชมพูทวีป และสร้างเมืองหลวงเป็นที่ประทับ ณ เมืองสากล (Sakala) หลังจากที่ได้พบพระสงฆ์ท่านหนึ่งนามว่า นาคเสน จึงมีเรื่องราวแห่งการตั้งคำถามของพระเจ้ามิลินท์ต่อพระนาคเสน จนทำพระเจ้ามิลินท์ ทรงเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา (คำถามคำตอบปุจฉาวิสัชนา ซึ่งถูกเขียนบันทึกเป็นหนังสือและแปลเป็นภาษาต่าง ๆ ที่มีชื่อเสียงมาก เรื่องนี้ก็คือ มิลินทปัญหา – The Milinda Panha or The Questions of King Minlinda) ได้มีการสร้างสถาปัตยกรรม และประติมากรรมทางพุทธศาสนามากมายในแคว้นคันธาราฐ ซึ่งการสร้างพระพุทธรูป
พระพุทธรูปรูปแรกจึงเกิดขึ้นในสมัยของพระเจ้ามิลินท์ หรือเมนันเดอร์ที่ 1 ชาวกรีกที่มาครอบครองแคว้นคันธาราฐ เมื่อประมาณพุทธศตวรรษที่ 6 หรือ 2,000 ปีที่แล้วนั่นเอง พระพุทธรูปที่เกิดขึ้นครั้งแรกจึงเรียกรูปแบบของพระพุทธรูปนี้ว่า แบบคันธาราฐ โดยถ่ายแบบอย่างเทวรูปที่พวกชาวกรีกนับถือกันในยุโรปมาสร้าง พระพุทธรูปแบบคันธาราฐจึงมีใบหน้าเหมือนฝรั่งชาวกรีก จีวรก็เป็นริ้วเหมือนเครื่องนุ่งห่มของเทวรูปกรีก และต่อมาในภายหลัง ราวพุทธศตวรรษ ที่ 4-12 มีคตินิยมสร้างพระพุทธรูปเป็นขนาดเล็กๆ (พระเครื่อง) บรรจุไว้ในพุทธเจดีย์ต่างๆที่สำคัญของแค้วนเอาไว้
แล้วพี่เษมจะว่ายังไงล่ะครับ
พูดยังไงก็ได้ว่าเห็นผี เห็นเทวดา เห็นนรกเห็นสวรรค์ แค่นี้ก็เอาผิด ข้อปาราชิก4 ได้แล้ว อวดอุตริมนุษย์ธรรมที่ไม่มีในตนเมื่อภิกษุกระทำผิดตามบทบัญญัติ ดังต่อไปนี้ ซึ่งถือเป็นการผิดพระธรรมวินัยอย่างร้ายแรง ภิกษุผู้นั้นต้องปาราชิก ( ต้องถูกจับสึกพ้นจากความเป็นพระ ) กล่าวคือ
– เสพเมถุน คือ ร่วมประเวณีกับสตรี
- ถือเอาของที่เจ้าของเขาไม่ให้ ได้ราคา 5 มาสก ( ราว 1 บาท )
– แกล้งฆ่ามนุษย์ให้ตาย
– อวดอุตริมนุสสธรรม ที่ไม่มีในตน เช่น อวดอ้างว่าเหาะได้ทั้งที่เหาะไม่ได้
บอกว่ามีหูทิพย์ตาทิพย์ ให้เป็นที่ปรากฏในหมู่ชน โดยปกติแล้วห้ามสำแดงคุณวิเศษ
อันมีในตน เว้นแต่พระพุทธเจ้าทรงมีพุทธานุญาต ( ในสมัยพุทธกาล )
อย่างที่มีอุปไมยว่า อัน มหมาตย์มักแสร้งแปลงองค์ ( คนมีดีจริงมักไม่คุยโอ้อวด )
อนึ่ง พวกที่นอกลู่นอกทางจากพระธรรมวินัยจะเรียกว่า พวกเดียรถีย์ หรือสมีและอลัชชี ก็ได้ แล้วแต่พฤติการณ์อันสำแดงออกแห่งความเป็นมิจฉาทิฐิของเขาเหล่านั้น
จะปรับอาบัติ้ออวดอุตริมนุษธรรมถึงที่สุดที่ปาราชิกขได้นั้นต้องผู้อวดรู้ทั้งรู้ว่าธรรมนั้นตนไม่มี, แล้วอวด, อีกทั้งมีคนเชื่อ. ครบทั้งสามนี้จึงเป็นปาราชิกว่ะ.
ไปเรียนมาใหม่ไป.
อวดอุตริ คือ อวดให้ผู้อื่นศรัทธา แต่ อวดเพื่อสั่งสอน หรือ ชี้แจง ไม่เป็นปาราชิก
อวดแบบนี้ อวดอุตริให้ผู้อื่นเกลียด
แบบนี้เรียกว่าสอนแบบเซน ตีหัวแล้วเดินจากไป ตีหน้าแข้งให้แตก ให้คุกเข่าจนหนาว จนรู้ความหนาว
พระอาบัติ เพราะรู้ว่าผิดแล้วยังทำ มีเจตนาละเมิด
หากไม่มีเจตนาละเมิด ไม่เป็นอาบัติ แต่หากมีผู้ยกขึ้นว่าสิ่งที่ทำเป็นอาบัติ ถ้ามีผู้เชื่อถือได้และเคารพ คนๆนั้นเชื่อถือได้ อาบัตินั้นไม่เป็นอาบัติ
“เจตนา ภิกฺขเว ฯลฯ ” เจตนาเป็นกรรมฯ
ตัวเองก็ยังวุ่นวายอยู่กับโลกธรรม 8 ประการอยู่ จะถือว่าตัวเองดีกว่าคนอื่นได้ยังไง?ท่าน
ไม่สนพระไตรปิฏกในตู้ ให้ขนไปเผาเสีย แล้วท่านก็ยังอ้างพระไตรปิฏก เล่มนั้น หน้านั้น ข้อนั้นอยู่
มือถือสาก ปากถือศีล
พระเกษมมันบ้า…….ถ้ามันยึดตามพระไตรปิฏกจริงก็ถามมันด้วยว่า……กิจของสงฆ์ 4 อย่าง คือ บิณฑบาตร 1. นุ่งห่มผ้าบังสุกุล 1. อยู่โคนต้นไม้ 1. ฉันยาดองด้วยน้ำมูตรเน่า 1………สิ่งเหล่านี้ไอ้เกษม มันทำหรือเปล่า เคยบิณฑบาตรไหม? (ในขณะที่มันให้แม่ชีให้ชาวบ้านทำให้แดกโดยไม่ออกบิณฑบาตร) อยู่โคนต้นไม้….มันจะสร้างกุฎีวิหารทำไม? มันทำไมไม่อยู่โคนไม้…..นุ่งห่มผ้าบังสุกุล (ผ้าที่เอามาจากป่าหรือผ้าห่อศพ…มันไปเอาจีวรที่เขาทำสำเร็จมานุ่งห่มทำห่าอะไร?……..ฉันยาดองด้วยน้ำมูตรเน่า….มันทำไหม? มันผิดทั้ง 4 ข้อเลยที่มันทำ
พระบ้าดันพูดแต่ตัวเองไม่ตอบคำถามให้ครงประเด็น แถมเหยียดหยามพระศาสนาและศาสดา
พระเทวทัตกลับมาเกิดแล้วเหรอ
ผู้ศึกษาไม่อบรมตนในทางชอบ มีมิจฉาทิฎฐิ ย่อมทำกาลวิบัติให้กับตนเองแท้